รายงานพบผู้ป่วยโรคไข้หวัดนกสายพันธุ์ H9N2 ในประเทศจีน

รายงานพบผู้ป่วยโรคไข้หวัดนกสายพันธุ์ H9N2 ในประเทศจีน

ตามรายงานจากองค์การอนามัยโลก ประจำภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตก ระหว่างวันที่ 9 ถึง 15 มกราคม พ.ศ. 2569 มีรายงานพบผู้ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนกชนิด A (H9N2) รายใหม่ในคน จำนวน 3 ราย โดยผู้ติดเชื้อทั้งหมดพบในประเทศจีน

ผู้ป่วยรายแรกเป็นเพศชาย อายุ 5 ปี จากมณฑลหูเป่ย เริ่มแสดงอาการ เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ผู้ป่วยรายที่สองเป็นเพศหญิง อายุ 8 ปี จากมณฑลเจียงซู เริ่มแสดงอาการ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2568 และผู้ป่วยรายที่สามเป็นเพศชาย อายุ 1 ปี จากมณฑลกวางสี เริ่มแสดงอาการเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2568

มีเพียงผู้ป่วยรายแรกเท่านั้นที่มีประวัติสัมผัสกับสัตว์ปีกที่เลี้ยงหลังบ้าน ส่วนผู้ป่วยอีกสองรายไม่มีรายงานการสัมผัสกับสัตว์ปีกที่ยังมีชีวิตอยู่

พ่อแม่ของผู้ป่วยรายที่สองมีประวัติไปตลาดสัตว์ปีกเชือดสด และผู้ป่วยรายที่สามมีประวัติสัมผัสสัตว์ปีกชำแหละทางอ้อม ปัจจุบันทั้งสามรายได้รับการรักษาจนหายเป็นปกติแล้ว

ตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ. 2558 เป็นต้นมา องค์การอนามัยโลกประจำภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตกได้รับรายงานพบผู้ติดเชื้อไข้หวัดนกชนิด A (H9N2) ในคนรวมทั้งหมด 155 ราย ในจำนวนนี้ มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ซึ่งทั้งคู่เป็นผู้ที่มีโรคประจำตัวอยู่ก่อนแล้ว โดยจำนวนผู้ป่วยส่วนใหญ่มีจำนวน 152 ราย ซึ่งมาจากประเทศจีน ส่วนที่เหลือพบผู้ติดเชื้อในกัมพูชา จำนวน 2 ราย และเวียดนาม จำนวน 1 ราย

ไข้หวัดนก H9N2 นี้ถือเป็นเชื้อชนิดก่อโรคไม่รุนแรง ที่พบได้ทั่วไปและกลายเป็นโรคประจำถิ่นในสัตว์ปีกทั่วโลก โดยเฉพาะในแถบทวีปเอเชีย

สำหรับการติดเชื้อมาสู่คนนั้น ส่วนใหญ่เกิดจากการไปสัมผัสกับสัตว์ปีกที่ติดเชื้อโดยตรง หรือไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปนเปื้อนเชื้อเข้า

อาการของผู้ป่วยจะมีได้ตั้งแต่ระดับเล็กน้อย เช่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล หรือปวดหัว ไปจนถึงขั้นรุนแรงอย่างอาการปอดอักเสบ หายใจลำบาก ตาแดง หรือมีปัญหาเรื่องระบบทางเดินอาหาร

จากการที่เชื้อชนิดนี้ยังคงระบาดอยู่อย่างต่อเนื่องในสัตว์ปีก โดยเฉพาะในประเทศจีน จึงทำให้โรคนี้กลายเป็นประเด็นสำคัญด้านสาธารณสุขที่ทั่วโลกต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด