ออสเตรเลียยืนยันพบเชื้อไข้หวัดนก H5N1 ในโลมาเป็นครั้งแรก

ออสเตรเลียยืนยันพบเชื้อไข้หวัดนก H5N1 ในโลมาเป็นครั้งแรก

เจ้าหน้าที่รัฐเซาท์ออสเตรเลียให้ข้อมูลว่ามีการพบซากโลมา ที่เมืองกูลวา (Goolwa) บนคาบสมุทรเฟลอริเยอ (Fleurieu Peninsula) รัฐเซาท์ออสเตรเลีย และตรวจพบผลบวกต่อเชื้อไข้หวัดนก H5N1

กรมอุตสาหกรรมขั้นปฐมภูมิและภูมิภาคของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย (Department of Primary Industries and Regions; PIRSA) ระบุว่าการตรวจพบเชื้อในโลมาครั้งนี้ถือเป็น “การตรวจพบครั้งใหม่ในออสเตรเลีย” แม้ว่าจะเคยมีรายงานการติดเชื้อในโลมาในประเทศอื่นมาแล้ว

ดร.สกาย ฟรูแอน หัวหน้าสำนักงานสัตวแพทย์ประจำรัฐเซาท์ออสเตรเลีย กล่าวว่า คาดว่าโลมาตัวดังกล่าวอาจได้รับเชื้อจากการกินนกหรือมีการสัมผัสใกล้ชิดกับนกป่า

“เราทราบว่าโลมามีความไวรับต่อเชื้อสูง ซึ่งหมายความว่าพวกมันมีความเสี่ยง” เธอกล่าว

ดร. ฟรูแอนระบุว่า ทั่วโลกมีรายงานการติดเชื้อในโลมาค่อนข้างน้อย เนื่องจากโลมาที่ติดเชื้อไม่ค่อยถูกพบเกยตื้นตามชายฝั่ง

การตรวจพบเชื้อในโลมาครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากมีผลตรวจเป็นบวกในจิ้งจอกแดง (red fox) ที่พบทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองแอดิเลดเมื่อต้นสัปดาห์เดียวกัน

 

ความกังวลต่อการแพร่เชื้อของไข้หวัดนกสู่โลมาในพื้นที่

ดร. ไมค์ บอสลีย์ นักวิจัยด้านวาฬและสัตว์จำพวกโลมา แสดงความกังวลต่อสถานการณ์ที่มีการพบการติดเชื้อในโลมาอย่างรวดเร็ว “การที่พบโลมาสักตัวหนึ่งติดเชื้อเร็วขนาดนี้ เป็นเรื่องที่น่าตกใจและน่ากังวลมากสำหรับผม” เขากล่าว

“เชื้อกำลังถูกตรวจพบในสัตว์ชนิดอื่นนอกเหนือจากนกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเราแทบทำอะไรกับเรื่องนี้ไม่ได้เลย ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายมาก”

ดร. บอสลีย์กล่าวว่าการปกป้องโลมาในพื้นที่อย่างแม่น้ำพอร์ตริเวอร์ (Port River) จะเป็นเรื่องยากมากเนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ใกล้กับพื้นที่ชุ่มน้ำ เช่น เขตรักษาพันธุ์นกนานาชาติที่อยู่ใกล้เมือง และนกกับโลมายังมีพฤติกรรมการหาอาหารที่ทับซ้อนกัน

“โลมามักหาอาหารร่วมกับนก” ดร. บอสลีย์กล่าว

“พวกมันติดตามนก เพราะนกมองเห็นปลาได้ดีกว่าโลมาจากบนท้องฟ้า ดังนั้นจึงมีการใช้พื้นที่หาอาหารร่วมกันอยู่บ้าง”

 

การเพิ่มความรวดเร็วในการตรวจ ขณะที่คาดว่าจะพบเหตุการณ์เพิ่มขึ้น

ออสเตรเลียมีรายงานเหตุการณ์ตรวจพบเชื้อไข้หวัดนกให้ผลบวกมากกว่า 350 เหตุการณ์ โดยรัฐเซาท์ออสเตรเลียมีรายงานรวม 249 เหตุการณ์ หลังยืนยันเพิ่มอีก 46 เหตุการณ์ในช่วงข้ามคืน

PIRSA ระบุว่าจำนวนเหตุการณ์ที่ได้รับการยืนยันในช่วงข้ามคืนซึ่งสูงกว่าปกติ เป็นผลจากแนวทางใหม่ที่อนุญาตให้รัฐรับรองผลตรวจที่เป็นบวกเป็นผลอย่างเป็นทางการได้ โดยไม่จำเป็นต้องส่งไปตรวจยืนยันเพิ่มเติมทุกครั้งที่ห้องปฏิบัติการแห่งชาติของ CSIRO ในเมืองจีลอง (Geelong) เหมือนที่ผ่านมา

ดร. ฟรูแอนกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะช่วยให้สามารถยืนยันการตรวจพบเชื้อได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

“เราได้ตรวจตัวอย่างเหล่านี้ที่ห้องปฏิบัติการของเราในแอดิเลดควบคู่ไปกับการตรวจที่ ACDP ซึ่งหมายความว่าทั้งสองแห่งกำลังตรวจตัวอย่างเดียวกัน และเราได้ผลที่สอดคล้องกันมาโดยตลอด” เธอกล่าว

“ห้องปฏิบัติการแห่งชาติจึงยังคงมีบทบาทในการตรวจสอบกรณีที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งเราอาจยังไม่มั่นใจในผลตรวจของเราเอง หรือจำเป็นต้องมีการวิเคราะห์ในรายละเอียดเพิ่มเติม”

จนถึงขณะนี้ เหตุการณ์ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ตามแนวชายฝั่งของออสเตรเลีย แต่คาดว่าจะมีการตรวจพบเพิ่มขึ้นอีก ขณะที่ไวรัสยังคงหมุนเวียนอยู่ในประชากรนกและสัตว์ชนิดอื่น

กองแอนตาร์กติกออสเตรเลีย (Australian Antarctic Division) กำลังเตรียมเคลื่อนย้ายนักวิจัยออกจากเกาะแมกควอรี (Macquarie Island) เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบด้านสุขภาพจิตที่อาจเกิดขึ้นจากการตายจำนวนมากของสัตว์ป่า

ขณะเดียวกันสำนักบริหารอุทยานและสัตว์ป่า(Parks and Wildlife Service, PWS) ของรัฐแทสเมเนียยืนยันว่า พบเพนกวินตายประมาณ 100 ตัวที่สโต๊กพอยต์ทางตอนใต้สุดของเกาะคิง (King Island)

PWS ระบุว่าซากนกมีสภาพเน่าเปื่อยจนไม่เหมาะสมสำหรับการตรวจหาเชื้อไข้หวัดนก H5 และยังพบร่องรอยการบาดเจ็บในนกบางตัว

เพื่อเป็นมาตรการป้องกันเบื้องต้น PWS จะดำเนินมาตรการควบคุมแมวจรจัดบนเกาะเพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของเชื้อไข้หวัดนก หากภายหลังพบว่าเชื้อดังกล่าวเป็นสาเหตุของการตายของเพนกวิน

สัตว์กินซากอาจมีส่วนในการแพร่กระจาย H5N1 หากกินสัตว์ที่ติดเชื้อ หรือเคลื่อนย้ายซากสัตว์ที่ติดเชื้อไปยังบริเวณอื่นในสิ่งแวดล้อม

หากพบเห็นนกป่วยหรือตาย ไม่ควรสัมผัสสัตว์ ควรจดจำตำแหน่งที่พบและถ่ายภาพไว้หากสามารถทำได้ จากนั้นแจ้งสายด่วน Emergency Animal Disease Hotline หมายเลข 1800 675 888

 

สถานการณ์ไข้หวัดนก H5 ในออสเตรเลีย

ข้อมูลเพิ่มเติมจากกระทรวงเกษตร ประมง และป่าไม้ รัฐบาลออสเตรเลีย (Australian Government Department of Agriculture, Fisheries and Forestry)

การตรวจพบเชื้อในโลมาครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการแพร่กระจายอย่างต่อเนื่องของไข้หวัดนก H5 ในสัตว์ป่าของออสเตรเลีย โดยขณะนี้เริ่มมีการตรวจพบเชื้อในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบางชนิดด้วย

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2569 ศูนย์เตรียมความพร้อมด้านโรคแห่งออสเตรเลีย (Australian Centre for Disease Preparedness; ACDP) ขององค์การวิจัยวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมแห่งเครือรัฐออสเตรเลีย (CSIRO) ยืนยันการตรวจพบเชื้อไข้หวัดนกชนิดก่อโรครุนแรง H5 ในแมวน้ำขนจมูกยาว (long-nosed fur seal) ที่พบในเมืองบีชพอร์ต (Beachport) รัฐเซาท์ออสเตรเลีย นับเป็นการตรวจพบไข้หวัดนก H5 ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเป็นครั้งแรกของออสเตรเลีย

ต่อมาในวันที่ 28 สิงหาคม มีการยืนยันการตรวจพบเชื้อ H5 ในจิ้งจอกแดง (red fox) ที่พบในออสบอร์น (Osborne) เขตนครแอดิเลด โดยจิ้งจอกดังกล่าวเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดที่สามที่ตรวจพบเชื้อไข้หวัดนก H5 ในออสเตรเลีย และเป็นการตรวจพบเชื้อในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบนบกเป็นครั้งแรกของประเทศ

อย่างไรก็ตาม หัวหน้าสำนักงานสัตวแพทย์ของออสเตรเลียระบุว่า ขณะนี้ ยังไม่มีหลักฐานการแพร่เชื้อไข้หวัดนก H5 จากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสู่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในออสเตรเลีย เช่นเดียวกับที่พบในต่างประเทศ การตรวจพบเชื้อในสัตว์กินเนื้อบนบกในธรรมชาติ เช่น จิ้งจอกแดง เชื่อว่าเป็นเหตุการณ์การแพร่ข้ามเชื้อจากนกสู่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเป็นรายกรณี

แม้ว่าการตรวจพบเชื้อไข้หวัดนก H5 ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจะเป็นเรื่องที่น่ากังวล แต่ทางการออสเตรเลียระบุว่า การพบเชื้อในพื้นที่ที่มีการติดเชื้อในนกธรรมชาติในระดับสูงไม่ใช่สิ่งที่เหนือความคาดหมาย ขณะนี้ยังไม่พบเชื้อไข้หวัดนก H5 ในสัตว์เลี้ยงกลุ่มสัตว์ปีกหรือระบบการผลิตทางการเกษตรของออสเตรเลีย และความเสี่ยงต่อสุขภาพของมนุษย์ยังคงอยู่ในระดับต่ำ

แหล่งข้อมูล: กระทรวงเกษตร ประมง และป่าไม้ รัฐบาลออสเตรเลีย — H5 bird flu updates

https://www.agriculture.gov.au/about/news/H5-bird-flu-updates