เตือนภัยด้านสาธารณสุข: การระบาดของไวรัสฮันตะแอนดีสบนเรือสำราญ ปี 2569

เตือนภัยด้านสาธารณสุข: การระบาดของไวรัสฮันตะแอนดีสบนเรือสำราญ ปี 2569

รายงานจากเพจ “เตือนภัยด้านสาธารณสุข” (Public Health Alerts) ของศูนย์วิจัยและนโยบายโรคติดเชื้อ มหาวิทยาลัยมินเนโซตาหรือ (Center for Infectious Disease Research and Policy: CIDRAP) วันนี้ เปิดเผยรายละเอียดของผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสฮันตะชนิดไวรัสแอนดีส จำนวน 10 ราย จากทั้งหมด 11 รายที่เกี่ยวข้องกับเรือสำราญเอ็มวีฮอนดิอุส รวมถึงผู้โดยสารรายแรกที่เชื่อว่าติดเชื้อภายหลังจากผู้ป่วยรายแรก

ในจำนวนผู้ป่วยทั้ง 10 ราย มีผู้เสียชีวิต 3 ราย โดยผู้ป่วยที่รอดชีวิตอีก 7 ราย ยังมี 2 รายที่ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลหลังติดเชื้อไวรัสแอนดีส ซึ่งเป็นสายพันธุ์ของไวรัสฮันตะเพียงชนิดเดียวที่มีหลักฐานว่าสามารถแพร่เชื้อจากคนสู่คนได้ รายงานดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ทั้งบนเว็บไซต์ของ New England Journal of Medicine และ NEJM Evidence โดยสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเอกสารภาคผนวกของรายงานนี้ข่าวเตือนภัยด้านสาธารณสุข ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง NEJM Evidence และ CIDRAP มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มเติมข้อมูลด้านสาธารณสุขที่เชื่อถือได้โดยใช้รายงานที่ผ่านการทบทวนโดยผู้เชี่ยวชาญ และถ่ายทอดข้อมูลจากสถานการณ์ภาคสนามไปสู่หลักฐานเชิงสาธารณสุขที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ทั้งนี้ยังสามารถดูรายละเอียดของโครงการดังกล่าวเพิ่มเติมได้จากบทบรรณาธิการของ NEJM Evidence

สำหรับผู้ป่วยรายที่ 11 ซึ่งยังไม่ได้การรวบรวมรายละเอียดไว้ในรายงานฉบับนี้ เป็นผู้โดยสารชาวแคนาดาซึ่งมีผลตรวจที่ “คาดว่าเป็นบวก” ในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิต 3 ราย ยังรักษาตัวในโรงพยาบาลอีก 2 ราย ผู้ป่วยอ้างอิงรายแรกเป็นนักปักษีวิทยาชาวเนเธอร์แลนด์ เริ่มมีอาการเมื่อวันที่ 6 เมษายน และเสียชีวิตบนเรือเมื่อวันที่ 11 เมษายน ภรรยาของเขา ซึ่งถูกระบุในรายงานว่าเป็นผู้ป่วยรายที่ 2 เริ่มป่วยเมื่อวันที่ 24 เมษายน และเสียชีวิตอีกสองวันต่อมา รายงานระบุว่า ผู้ป่วยรายที่ 3 เริ่มมีอาการปอดอักเสบ เช่น หายใจลำบากและมีไข้ เมื่อวันที่ 21 เมษายน ก่อนถูกส่งต่อเพื่อให้การช่วยเหลือทางการแพทย์ไปยังเกาะอัสเซนชัน (Ascension Island) เมื่อวันที่ 27 เมษายน โดยภาพถ่ายรังสีทรวงอกในช่วงแรกยังไม่พบความผิดปกติที่น่ากังวล อย่างไรก็ตาม อาการของเขาทรุดลงระหว่างพักรักษาบนเกาะ จึงถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลในนครโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ เพื่อใส่เครื่องช่วยหายใจและการดูแลในแผนกผู้ป่วยวิกฤต

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม มีการประชุมปรึกษาทางไกลร่วมกันระหว่างผู้เชี่ยวชาญจากแอฟริกาใต้ สหราชอาณาจักร และเนเธอร์แลนด์ เพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ของความเชื่อมโยงระหว่างผู้เสียชีวิต 2 รายก่อนหน้านี้กับการเดินทางของเรือเอ็มวีฮอนดิอุส เจ้าหน้าที่สหราชอาณาจักรจึงได้รายงานในวันเดียวกันว่าพบกลุ่มก้อนของผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรงที่ยังไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และมีผู้ป่วยอาการวิกฤตอีก 1 รายในกลุ่มผู้โดยสารเรือสำราญลำดังกล่าว ภายหลังจากนั้น ตัวอย่างจากผู้ป่วยรายที่ 3 ถูกส่งตรวจยังห้องปฏิบัติการในแอฟริกาใต้ และยืนยันการติดเชื้อไวรัสฮันตะ ขณะเดียวกัน ตัวอย่างจากผู้ป่วยรายที่ 2 ซึ่งเก็บไว้ก่อนเสียชีวิต มีผลตรวจยืนยันเป็นไวรัสแอนดีสจากการถอดรหัสพันธุกรรม ผู้ป่วยอีก 7 ราย เริ่มมีอาการในช่วงระหว่างวันที่ 27 เมษายน ถึง 12 พฤษภาคม หนึ่งในนั้นคือผู้ป่วยรายที่ 4 ซึ่งเริ่มป่วยเมื่อวันที่ 28 เมษายน และเสียชีวิตในวันที่ 2 พฤษภาคม ปัจจุบัน ผู้ป่วยรายที่ 3 และรายที่ 7 ยังคงรักษาตัวในโรงพยาบาล โดยผู้ป่วยรายที่ 3 ยังอยู่ในแผนกผู้ป่วยวิกฤตที่นครโจฮันเนสเบิร์ก ส่วนผู้ป่วยรายที่ 7 รักษาตัวอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ผู้เขียนรายงานระบุว่า “เนื่องจากไม่ได้มีการตรวจผู้โดยสารทุกคนบนเรือ การพบผู้เสียชีวิต 3 รายจากผู้ป่วย 10 ราย อาจทำให้อัตราป่วยตายที่คำนวณได้สูงเกินจริง” นอกจากนี้ยังระบุว่า “สถานการณ์ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง โดยองค์การอนามัยโลก และศูนย์ควบคุมโรคติดต่อสหภาพยุโรป ประเมินว่าความเสี่ยงในระดับโลกยังอยู่ในระดับต่ำ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนแหล่งต้นตอหลักของการระบาด และผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับการติดเชื้อไวรัสแอนดีสฮันตากำลังร่วมกันประเมินความเชื่อมโยงกับการสัมผัสสัตว์ฟันแทะในอเมริกาใต้ก่อนเรือออกเดินทาง”